ภาพจากwww.andamandiscoveries.com/

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552




“ข้าวพันธุ์พื้นบ้าน” อาหารชุมชน

“ข้าวพันธุ์พื้นบ้าน” อาหารชุมชน
“มูลมังอีสาน”พึ่งตนแบบพอเพียง

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมกับ แผนงานฐานทรัพยากรอาหาร ดำเนินงาน “โครงการข้าวปลาอาหารอีสานมั่นยืน” เพื่อสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนในด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ฐานทรัพยากรอาหารของชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้แนวคิดการพึ่งพาตนเอง โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่ง “การส่งเสริมเครือข่ายอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี” เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของโครงการที่ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง
นางสาวชลิตา ศรีแก้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลของโครงการฯ เปิดเผยว่า พันธุ์ข้าวพื้นบ้านเป็น “มูลมัง” หรือมรดกของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมา ซึ่งในปัจจุบันเริ่มสูญหายไป ชาวนาไม่สามารถที่จะสืบต่อวิธีการรักษาเมล็ดพันธุ์ของชุมชนดั้งเดิมที่มีการคัดเลือกและเก็บรักษาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงการใช้เครื่องนวดข้าวก็ทำให้คุณภาพของข้าวที่จะเป็นต้นพันธุ์ลดลง ผลผลิตก็ลดลงตามไปด้วย
“ชาวนาส่วนใหญ่จะใช้วิธีการซื้อพันธุ์ข้าว 2-3 ปีต่อหนึ่งครั้งทำให้ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องของปัจจัยการผลิต ซึ่งแต่เดิมชาวนาจะมีข้าวกินแต่ละครัวเรือนไม่ต่ำกว่า 3 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็จะมีคุณค่าทางอาหารที่แตกต่างกันไป แต่ด้วยวิถีของการบริโภคที่เปลี่ยนไปเป็นการปลูกและกินข้าวพันธุ์เดียวต่อเนื่องยาวนานได้ส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพ มีชาวนาป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น ปัจจัยหนึ่งก็มาจากการกินข้าวเพียงพันธุ์เดียว ประกอบกับพืชอาหารท้องถิ่นเริ่มลดจำนวนลง การซื้อหาจากข้างนอกก็ไม่ปลอดภัยเพราะเต็มไปด้วยสารเคมี และยังเป็นการเพิ่มค่าครองชีพ แต่ถ้าชาวนาสามารถเป็นเจ้าของเมล็ดพันธุ์เอง คัดเลือกเอง ปลูกและกินข้าวของตัวเอง ก็จะทำให้ชาวนาสามารถพึ่งพาตนเองได้ในวิถีการผลิต ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้” นางสาวชลิตาระบุ
นายไพบูลย์ ภาระวงศ์ หรือ “พ่อบูลย์” อายุ 54 ปี เกษตรกรจากบ้านหนองพรานคาน ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ ที่ปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำนาไปเป็นแบบพึ่งพาธรรมชาติด้วยการทำเกษตรอินทรีย์เล่าว่า ปัจจุบันปลูกข้าวพื้นบ้านของจังหวัดอุบลราชธานีและที่อื่นๆรวม 10 สายพันธุ์ได้แก่ มะลิแดง, มะลิดำ, หอมเสงี่ยม, สันป่าตอง, หอมพม่า, ข้าวเหนียวแดง, แสนสบาย, ยืนกาฬสินธุ์, ข้าวเหนียวอุบล และนางนวล ซึ่งข้าวพื้นบ้านจะให้ผลผลิตมากกว่าข้าวพันธุ์ กข. ไม่ต้องใช้ปุ๋ยและยา เพราะทนทานต่อโรค และขยายพันธุ์ข้าวไว้ปลูกเองโดยไม่ต้องซื้อโดยมีค่าใช้จ่ายในการทำนาต่อไร่เพียง 200 บาทเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าวัตถุดิบต่างๆ ในการทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ
นายสี ทอนไสระ หรือ “พ่อสี” อายุ 58 ปี แกนนำเกษตรกรจากบ้านหนองพรานคาน กล่าวว่าทุกวันนี้หันกลับมาทำการเกษตรย้อนยุคเหมือนอย่างที่ปู่ย่าตายาได้ทำมาในอดีต ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่ถูกลง ผลผลิตก็มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันในที่นา 6 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์พื้นบ้านถึง 20 สายพันธุ์ ซึ่งพบว่าเข้าพันธุ์พื้นบ้านหลายๆ สายพันธุ์มีเมล็ดข้าวขนาดใหญ่กว่า น้ำหนักก็มากกว่าเท่าตัว โดยส่วนหนึ่งจะปลูกข้าวไว้เพื่อกินเอง และที่เหลือจะใช้เพื่อคัดเลือกและขยายพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน
“ข้าวนาปีก็จะปลูกข้าวพันธุ์พื้นบ้านต่างๆ เก็บเอาไว้กินเอง ส่วนนาปรังก็จะปลูกข้าวพันธุ์อายุสั้นเพื่อขาย ซึ่งข้าวที่ได้จะนำมารวมกันก่อนนำไปสีหรือเพื่อให้เกิดการคละสายพันธุ์ข้าวและคงคุณค่าทางอาหารของข้าวไว้ให้ได้มากสุด ทำให้สุขภาพของเราเองก็ดีขึ้น โรคภัยไข้เจ็บก็ลดลง ทุกวันนี้เรากินข้าวที่มีแต่แป้ง แต่ไม่ได้กินวิตามินหรือสารอาหารอื่นที่มีประโยชน์ของข้าว ข้าวพันธุ์พื้นบ้านอย่างหอมมะลิแดง ข้าวหอมสามกอ ข้าวมันเป็ด หรือข้าวเหนียวอุบล มีน้ำตาลต่ำวิตามินสูง ช่วยป้องกันโรคเบาหวานและรักษาโรคความดันได้” พ่อสีเล่าถึงข้อดีของข้าวพันธุ์พื้นบ้านที่ปลูก
“จากการทดลองพบว่า ข้าวหอมเสงี่ยม และข้าวอีดำด่าง เป็นข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ตรงนี้มากที่สุด สามารถปลูกแบบธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ย แต่ก็ได้ข้าวเยอะถึง 360 เมล็ดต่อ 1 ต้น และมีน้ำหนักดี ที่สำคัญยังทนต่อโรคและภัยธรรมชาติ ทุกวันนี้ข้าวพื้นบ้านที่ปลูกมีคนมาสั่งซื้อชนิดที่เรียกว่ามีไหร่เอาหมด” พ่อสีกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ.

“เดอะคิง”โคมหัศจรรย์ถ่ายสายเลือดได้ลูกหลายสี

“เดอะคิง”โคมหัศจรรย์ถ่ายสายเลือดได้ลูกหลายสี

ความผกผันของเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อในปัจจุบันหันมานิยมฮินดูบรามันห์ เนื่องจากโครงสร้างร่างใหญ่ สง่างาม มีกล้ามเนื้อมากกว่าโคชนิดอื่นๆ และนอกจากที่จะเลี้ยงกันเพื่อจำหน่ายซากหรือเนื้อของมันเพื่อบริโภคเป็นอาหารแล้ว ยังมีเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งที่นิยมเลี้ยงโคฮินดูบราซิลเพื่อความสวยงาม เป้าหมายเป็นงานอดิเรก เพื่อนำกิจกรรมเข้าสู่สังคมสันทนาการ เนื่องจากปัจจุบันมีเพื่อนสมาชิกเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง มีสมาคมฯหลากหลาย และจัดกิจกรรมร่วมกันบ่อยครั้ง
เดอะคิง SR 609 โคพ่อพันธุ์ของวัยวราวุธ & บุษราคัมฟาร์ม นครสวรรค์ จึงเป็นโคที่เด่นระดับแชมป์ของวงการ ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยง ฮินดูบราซิลแห่งยุคปัจจุบัน หรือนักเลี้ยงนิยมน้ำเชื้อเพื่อนำไปผสมสืบทายาท
ทั้งนี้เพราะว่า เดอะคิงฯมีลักษณะเด่น อาทิ ใบหูกำเป็นบ้องเสียม หยิกนอกหยักใน และเป็นลอนช้อนก้อยเข้าหาวงคาเป็นวงสวิงใบหน้า กระบาลหรือหัวกะโหลกเป็นโหนก สันดั้งคมและโค้งรับกับกระบาลในลักษณะกลมกลืน ฐานเขาโครงกะโหลกใหญ่แข็งแรง ทางเขาชี้ไปในทางเดียวกัน หน้าหนาและหนังดำ
โครงสร้างของตัว ร่างใหญ่บึกบึนน่าเกรงขาม กระทู้ขาหน้าและขาหลังตั้งตรงและตั้งชัน ลำตัวยาวสมส่วน คล้ายกล่องสี่เหลี่ยม หางโคนใหญ่ปลายเรียว ปลายหางกำเป็นพู่กัน และที่น่าอัศจรรย์ แม้ว่าจะเป็นโคพ่อพันธุ์สีขาว แต่ก็ให้ลูกออกมาหลากสี และก็ให้ลูกดีแข็งแรงทุกตัว
นายสมชาย มานะกิจศิริสุทธิ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มวัยวราวุธฯ เล่าถึงความเป็นมาของ เดอะคิงฯ ว่า เป็นลูกโคฮินดูบรามันห์ที่นำเข้ามาเลี้ยงในเมืองไทยเป็นช่วงที่ 6 จึงมั่นใจว่าสายพันธุ์นิ่งเมื่อนำน้ำเชื้อไปผสมแล้วติดแน่นอน และให้ลูกที่แข็งแรงทุกโด๊ส
เดอะคิงฯ เป็นลูกของแม่หยกขาว โดยอาจารย์สุรัตน์ แนวโอโล ได้เอาแม่หยกขาว ขึ้นรถจากชัยภูมิ เพื่อผสมจริงกับคิงโพธิ์ดำ ของลุงสถิต คุมเขต ที่ อ.ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์(ตอนนั้นป้าตุ้มภรรยาลุงสถิตจะไม่ยอม เนื่องจากน้ำเชื้อแพงและขายดีมาก แต่คิงโพธิ์ดำฟิตจัด ไม่ฟังหน้าอินทร์หน้าพรหมขึ้นทับทันที จึงปล่อยเลยตามเลย)
คิงโพธิ์ดำสายพ่อ เป็นลูกของบลูบราซิล กับมะนาว โดยบลูบราซิลเป็นลูกของฉลุย (พ่อ)กับเคลิด้า(ดาริน)ทั้งคู่มีเชื้อสายฮินดูบราซิล
ส่วนแม่หยกขาว สายแม่ เป็นลูกของคอบร้ากับแม่บัวขาว(แม่บัวขาว เป็นแม่โคของลุงสนั่น อยู่ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง นครราชสีมา เมื่อปี 2544 กำนันเขียวหรือ สจ.วิศาล พรหมนเรส นำเชื้อคอบร้าจากบริษัทแอนแทรคให้ลุงสนั่น ผสมเทียมกับแม่บัวขาวออกลูกมาเป็นหยกขาว)
ถือได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์รวมยีนพ่อโคแม่โคเด่นสะสมอยู่ในตัวเดอะคิงฯถึง 9 ตัว การถ่ายทอดพันธุกรรมน้ำเชื้อจึงแข็งแรงมาก สามารถเติมเต็มให้กับแม่โคได้ทุกตัว ให้ลูกเหนือแม่ไม่ว่าจะเป็นลูกผสมหรือเลือดร้อย(เปอร์เซ็นต์)
แม่โคของลุงสำเริง ปั้นทอง แม่วัวสีขาวเรสปิโต้ สายเจ้าเพชร(โคขาว)มณีล้อมเพชร ของหันคาสัตวแพทย์ จังหวัดชัยนาท พานทองแท้ของคุณอนุชา มโนเย็น ฟาร์มชฎาทิพย์ แก่งคอย ผสมน้ำเชื้อของเดอะคิง ลูกคลอดออกมาก็ได้สีแดงโบ๊ททั้งหมด
ส่วนของลุงบุญชอบ สุขสมพืช และของกำนันเขียว จังหวัดอยุธยา เป็นแม่โคขาว ได้ลูกออกมาเป็นสีขาว ให้ชื่อว่าเก้ายอด ปัจจุบันนายวัลลภ ปรีชานำไปเลี้ยงอยู่ที่อำเภอเสนา
สนใจข้อมูลของเดอะคิง SR 609 เพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ นายสมชาย เลขที่ 48/44 หมู่ 6 ต.หนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ... ได้ทุกวัน.